สธ. ย้ำปชช.ช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย

กระทรวงสาธารณสุข ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด รณรงค์ให้ประชาชนกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้าน โรงเรียน วัด ศาสนสถาน ป้องกันโรคไข้เลือดออกช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูร้อนสู่ฤดูฝน ย้ำโรงพยาบาลให้ความสำคัญผู้ป่วยที่มีอาการไข้สูง คำนึงถึงโรคไข้เลือดออก หากป่วยมีไข้สูงลอย 2 วันกินยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลด ให้ไปพบแพทย์

ขณะนี้ เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูร้อนสู่ฤดูฝน มีฝนตกชุกบางพื้นที่ จะมีแนวโน้มพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสูงขึ้น ข้อมูลกรมควบคุมโรคในปีนี้ ตั้งแต่มกราคม – 21 เมษายน 2561 มีรายงานผู้ป่วยไข้เลือดออก 7,536 ราย เสียชีวิต 12 ราย อัตราป่วยสูงสุดในภาคใต้ รองลงมาคือภาคกลาง แม้ว่าจำนวนผู้ป่วยจะน้อยกว่า ช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่อาจนิ่งนอนใจได้ เนื่องจากกรมควบคุมโรคคาดว่าในปีนี้จะมีผู้ป่วยสูงกว่าปี 2560 จำเป็นต้องเร่งดำเนินการป้องกันควบคุมโรคอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในโรงเรียนที่กำลังจะเปิดเทอม รวมทั้งจุดที่มักมองข้ามภายในบ้าน คือ แก้วน้ำ แจกันหน้าหิ้งพระ และศาลพระภูมิ ขอให้ล้างและเปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์ ขอให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เร่งประชาสัมพันธ์ รณรงค์ให้ประชาชน กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้าน โรงเรียน วัด ศาสนสถาน ซึ่งเป็นวิธีป้องกันไข้เลือดออกที่ดีที่สุด ใช้มาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” คือ 1.เก็บบ้านให้สะอาด โปร่ง โล่ง ไม่ให้มีมุมอับทึบ เป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะ เศษภาชนะรอบบ้าน ทำต่อเนื่องสัปดาห์ละครั้ง ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ สำรวจภาชนะใส่น้ำ ต้องปิดฝาให้มิดชิดหรือปล่อยปลากินลูกน้ำ ป้องกันยุงลายไปวางไข่ เพื่อป้องกัน 3 โรค คือ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย รวมทั้งขอให้โรงพยาบาลทุกแห่งให้ความสำคัญกับการตรวจ วินิจฉัยผู้ป่วยที่มีอาการไข้สูง ให้คำนึงถึงโรคไข้เลือดออกด้วย และดูแลทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ไม่ให้มียุงลายไปกัดผู้ป่วย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth